คือ สบู่ที่มีกลีเซอรีนเป็นส่วนประกอบสำคัญ และไขมันจากพืช มีทั้งชนิดใสและขาวขุ่น มีคุณสมบัติ คือ ดูดซับความชื้นเมื่อสัมผัสกับอากาศซึ่งจะทำให้รู้สึกว่าผิวมีความชุ่มชื้น อ่อนโยนต่อผิว เนื่องจากสบู่ชนิดนี้มีส่วนประกอบสำคัญคือกลีเซอรีนในปริมาณมาก จึงมีความนิ่มกว่าสบู่ทั่วไป ราคาค่อนข้างสูงกว่า ปัจจุบันเรามักจะแบ่งสบู่ก้อนออกเป็น 4 ชนิดได้แก่

  • สบู่อัด ผลิตจากเกล็ดสบู่
    มักใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม มักผลิตในปริมาณมากเพื่อให้ได้ราคาถูก มีมาตรฐาน ขนาดน้ำหนัก รูปทรง สี กลิ่นเหมือนกันทุกก้อน ข้อดีคือกลิ่นหอมแรงติดผิว เป็นที่นิยมของตลาด Mass Product ข้อเสียสบู่จะละลายน้ำยาก
  • สบู่ธรรมชาติแบบ CP (Cold Process)
    สบู่กวนเย็น คือไม่ใช้ความร้อนในการเร่งปฏิกิริยาสบู่ ใช้น้ำมันในการผลิต ใช้ระยะเวลาผลิตนานมากกว่า 3 สัปดาห์ สบู่จะละลายง่ายมากที่สุด แต่เนื้อสบู่ละเอียดกว่า HP
  • สบู่ธรรมชาติแบบ HP (Hot Process)
    สบู่กวนร้อน ใช้ความร้อนช่วยเร่งในปฏิกิริยา ใช้น้ำมันในการผลิต ใช้เวลาผลิตไม่นาน และไม่ดึงกลีเซอรีนจากธรรมชาติออกไป สบู่จึงเนื้อลายสบู่ที่เกิดจากกลีเซอรีนที่มีความชุ่มชื้นสูง อาบสะอาด ฟองเยอะ สามารถเลือกสารสกัดที่ต้องการใส่ได้หลากหลาย
  • สบู่ Handmade MP (Melt and Pour)
    สบู่ที่ได้มีลักษณะใสและโปร่งแสง คนไทยมักเรียกว่าสบู่กลีเซอรีนเพราะมีกลีเซอรีนเป็นส่วนประกอบ เพื่อให้ความชุ่มชื้นผิว ข้อดีสบู่ชนิดนี้คือเนื้อเนียนสวย สามารถเติมสารสกัดได้ในปริมาณที่มากกว่า และคุณภาพของสารสกัดสามารถคงอยู่มากกว่าสบู่ประเภทอื่นๆ จึงมีผลต่อสรรพคุณได้ดีกว่า ข้อเสียคือ สบู่ฟองน้อยกว่าสบู่ประเภทอื่นๆ อีกทั้งสบู่จะดูดความชื้นหากสัมผัสอากาสหรือวางใกล้ที่ชื้นจะมีหยดน้ำรอบสบู่ และมีราคาสูงกว่าสบู่ชนิดอื่นๆ

สบู่กลีเซอรีน จัดอยู่ในประเภทที่ 4 สบู่ MP คือมีลักษณะ หลอมเบสสบู่แล้วเท ถึงแม้ว่าปริมาณฟอง และฤทธิ์การทำความสะอาด จะน้อยกว่าสบู่ประเภทอื่นๆ แต่เมื่อใช้แล้วจะลดการสูญเสียน้ำ และคุณภาพในการทำความสะอาดโดยถนอมเซลล์ผิวหนังไม่เป็นรองใครจึง เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย

เบสสบู่กลีเซอรีน

 

เบสสบู่กลีเซอรีน หรือ หัวเชื้อสบู่ เป็นเนื้อสบู่กึ่งสำเร็จรูป สามารถนำมาผลิตเป็นสบู่โดยการหลอมให้ละลาย แล้วเติมสารสกัดสมุนไพร หรือน้ำหอมตามที่ต้องการลงไป ปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

  1. เบสสบู่ กลีเซอรีนใส (Transparent Soap Bases)
    มีลักษณะใส มองทะลุผ่านได้
  2. เบสสบู่ กลีเซอรีนขุ่น (Opaque Soap Bases)
    มีลักษณะสีขาว – ขุ่น เนื่องจากมีการเติมสีขาว (เช่น Titanium Dioxide) ลงไปในปริมาณหนึ่งที่ทำให้สบู่กลีเซอรีนไม่มีสีใส

กลีเซอรีน (Glycerin)

มีชื่อทางสากล (INCI Name) คือ GLYCERIN, มีชื่ออื่นๆ ได้แก่ INN Name: glycerol, Ph. Eur. Name: glycerolum, Chemical/IUPAC Name: Glycerol: มีรหัสทางสากล ได้แก่ CAS Number: 56-81-5  และ EC Number: 200-289-5 

สูตรโมเลกุลทางเคมี

 การผลิตกลีเซอรีน

กลีเซอรีนเป็น​ผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตไบโอดีเซล และการผลิตโอลีโอเคมี (สารเมทิลเอสเทอร์ และ แฟตตี้แอลกอฮอล์) ซึ่งใช้​​น้ำมันพืชธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ (ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน, เรพซีด, และถั่วเหลือง) มีลักษณะเป็นของเหลว มีรสหวานคล้ายน้ำเชื่อม ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แทบไม่เป็นพิษ มีคุณสมบัติดูดซึมความชื้นได้ และมีคุณสมบัติเป็นตัวทำละลายได้ดี โดยผลิตภัณฑ์กลีเซอรีนดิบจะเข้าสู่กระบวนการทำให้บริสุทธิ์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ต่อไป ในขณะที่ผลิตภัณฑ์หลักที่ได้จากกระบวนการสปลิตติง คือ “กรดไขมันดิบ” โดยมี “กลีเซอรีน” เป็นผลิตผลพลอยได้เช่นเดียวกับกระบวนการทรานส์เอสเทอริฟิเคชัน โดยกรดไขมันดิบจะถูกนำไปผลิตเป็นกรดไขมันบริสุทธิ์โดยกระบวนการกลั่น

การผลิตกลีเซอรีน มีหลายวิธี สามารถแบ่งกลีเซอรีนได้เป็น 2 ชนิด คือ

  • กลีเซอรีนธรรมชาติ
    ทำให้ไขมันและน้ำมันแตกตัวก่อนการทำปฏิกิริยาสปอนนิฟิเคชัน และการทำปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชัน
  • การผลิตจากการแตกตัวไขมันและน้ำด้วยความดันสูง
    วิธีนี้ถูกค้นพบในปี ค.ศ.1854 โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบต่อเนื่อง น้ำและไขมันถูกป้อนเข้าไปสู่คอลัมน์แล้วเกิดการแตกตัวแบบการไหลสวนทาง จะได้สารละลายกลีเซอรีนในน้ำร้อยละ 15 ซึ่งเรียกว่า Sweet water
  • การผลิตจากปฏิกิริยาสปอนนิฟิเคชัน
    เป็นการแตกตัวไขมันและน้ำมันโดยทำปฏิกิริยากับเบส จะได้กลีเซอรีนเป็นผลิตภัณฑ์ร่วม ซึ่งเป็นวิธีการแบบดั้งเดิม
  • การผลิตจากปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชัน
    เป็นปฏิกิริยาระหว่าง น้ำมัน กับแอลกอฮอล์ เป็นการแทนที่แอลกอฮอล์ในเอสเทอร์ซึ่งเป็นกระบวนการที่คล้ายกับปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส แต่ต่างกันที่ใช้แอลกอฮอล์แทนน้ำ ระหว่างไตรกลีเซอไรด์กบแอลกอฮอล์ โดยใช้กรด เบส หรือเอนไซน์ไลเปสเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้เกิดเป็นเอสเทอร์ของกรดหรือที่เรียกว่า น้ำมันไบโอดีเซลและกลีเซอรีน 
  • กลีเซอรีนสังเคราะห์
    ได้จากการสังเคราะห์โพรฟีน
  • การผลิตกลีเซอรีนด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่นิยมผลิต
    • การหมักน้ำตาล
      ถูกค้นพบในปี ค.ศ.1858 โดยพาสเตอร์ ซึงการหมักจะถูกรบกวนในขั้น Glyceraldehyde 3-phosphate ด้วยโซเดียมคาร์บอเนต แล้วเกิดปฏิกิริยารีดักชันได้กลีเซอรีนฟอสเฟต และจะได้ผลผลิตของกลีเซอรีนร้อยละ 25 โดยทำปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส
    • ปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันของคาร์โบไฮเดรต
      การทำปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันของพอลิแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดการผสมของกลีเซอรีน ซึ่งแยกด้วยการกลั่น

 

การประยุกต์ใช้กลีเซอรีน

กลีเซอรีนได้ถูกนำไปใช้ในด้านเภสัชกรรมและการแพทย์ รวมถึงเป็นส่วนประกอบของครีมและโลชั่น ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก รวมถึงเรซิ่น พลาสติก และยาสูบ นอกจากนั้นยังเป็นส่วนประกอบของสารให้ความชุ่มชื้น หล่อลื่น ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย รวมถึงเป็นตัวช่วยแขวนลอย (Emulsifier) ในอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกด้วย สามารถประยุกต์ใช้ในอุตสหกรรมต่างๆ สามารถรับประทาน และทาลงบนผิวหนังได้ แต่หากทาลงผิวหนังอาจทำให้เหนียวเหนอะหนะ เพราะมีความหนืด มีจุดหลอมเหลวที่ 17.8°C และมีจุดเดือด ที่ 290°C สามารถละลายได้ดีในน้ำ, เมทานอล, เอทานอล, ไอโซเมอร์ของโพรพานอล, บิวทานอล, เพนทานอล รวมทั้ง ฟีนอลไกลคอล โพรเพนไดออล เอมีน และสารประกอบที่เป็นเฮทเทอไรไซคลิก ไดเอทิลอีเทอร์เอทิลเอสเทอร์และไดออกเซน  จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลายรูปแบบ และมักนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เนื่องจากมีคุณสมบัติในการดูดน้ำจากอากาศ มีสรรพคุณช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เพราะเป็นสารมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ โดยใช้เป็นส่วนผสมหรือเป็นตัวช่วยในกระบวนการผลิต ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำและสุขอนามัยส่วนบุคคล, อาหาร, ยาสีฟัน, ยาสระผม และนิยมใช้มาหในอุตสาหกรรมสบู่ ช่วยหล่อลื่น ให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่ให้แห้งแตก และดูดซับความชื้นจากอากาศ อ่อนโยนต่อผิว ขจัดความสกปรกที่ฝังแน่น ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน รวมทั้งปลอดภัยต่อผิวหนัง

ความรู้เกี่ยวกับกลีเซอรีน

กลีเซอรีน เป็นของเหลวที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีความหนืด และมีรสหวาน โดยปกติมาจากน้ำมันของพืช ซึ่งโดยทั่วไปคือ น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม กลีเซอรีนสามารถละลายได้ดีในแอลกอฮอล์และน้ำ แต่ไม่ละลายในไขมัน เนื่องจากกลีเซอรีนมีคุณสมบัติทางเคมีที่หลากหลายจึงสามารถนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารเคมีอื่นๆได้

ด้วยคุณสมบัติที่สามารถละลายในแอลกอฮอล์และน้ำได้นี่เอง จึงนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ซึ่งกลีเซอรีนบริสุทธิ์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายรูปแบบ เช่น ใช้เป็นส่วนผสมหรือเป็นตัวช่วยในกระบวนการผลิตเครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำและสุขอนามัยส่วนบุคคล อาหาร ยาสีฟัน ยาสระผม และนิยมใช้มาหในอุตสาหกรรมสบู่ เพราะกลีเซอรีนเป็นส่วนช่วยหล่อลื่นเหมือนมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เพื่อปกป้องผิวไม่ให้แห้งและดูดซับความชื้นเมื่อสัมผัสกับอากาศซึ่งจะทำให้รู้สึกว่าผิวมีความชุ่มชื้น อ่อนโยนต่อผิว ขจัดความสกปรกที่ฝังแน่น ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน รวมทั้งปลอดภัยต่อผิวหนัง

การที่กลีเซอรีนเป็นสารที่ไม่มีพิษในทุกๆรูปแบบของการประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะใช้เป็นสารตั้งต้นหรือสารเติมแต่ง ทำให้กลีเซอรีนเป็นสารเคมีที่ได้รับความสนใจและนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ด้วยการทำยาเหน็บทวาร ใช้เป็นยาระบาย และยังสามารถใช้เป็ฯยาเฉพาะที่สำหรับปัญหาทางผิวหนังหลายชนิด รวมถึง โรงผิวหนัง ผื่น แผลไฟลวก แผลกดทับ และบาดแผลจากของมีคม กลีเซอรีนถูกใช้เพื่อรักษาโรคเหงือกได้ด้วย เนื่องจากกลีเซอรีนสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องได้

กลีเซอรีน (glycerine) อาจจะเรียกได้หลายชื่อ เช่น glycerol, glycerin, หรือ 1,2,3-propanetriol สามารถเขียนสูตรโมเลกุลทางเคมีได้เป็น CH 2 OHCHOHCH 2 OH เป็นสารไม่มีกลิ่น(odorless) ไม่มีสี(colorless) รสหวาน(sweet-tasting) เหมือนน้ำเชื่อม(syrupy liquid) . กลีเซอรีน (glycerine) เป็น trihydric alcohol . หลอมเหลวที่ 17.8?C เดือดและสลายตัว( Boil & decomposition) ที่ 290?C, ละลายในน้ำและ เอทานอล ดูดกลืนน้ำจากอากาศ จึงนำไปทำเป็น moistener ในเครื่องสำอาง กลีเซอรีน จะอยู่นรูปแบบของ (glycerides) ในไขและน้ำมันพืชและน้ำมันสัตว์

กลีเซอรีน สามารถสังเคราะห์ได้จาก Propylene และจากการหมักน้ำตาลด้วยsodium bisulfite และยีสต์(yeast) และมีการผลิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากกระบวนการผลิตไบโอดีเซล

กลีเซอรีน ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางเป็น สารละลาย(solvent) สารเพิ่มความหวาน(sweetener) เครื่องสำอาง(cosmetics and personal care products) สบู่เหลว(liquid soaps) ลูกอม(candy) สุรา(liqueurs) หมึก(inks) และสารหล่อลื่น(lubricants) เพื่อให้ยืดหยุ่น(pliable) สารป้องกันการแข็งตัว (antifreeze mixtures) เป็นส่วนผสมอาหาร(Food and beverage ingredients ) อาหารสัตว์(Animal feed ) สารปฏิชีวนะ(Antibiotics) ยา (Pharmaceuticals) สารให้ความชุ่มชื้น(moisturizers) น้ำมันไฮดรอลิกส์(Hydraulic fluids) และสารตั้งต้นทางปีโตรเคมีต่างๆ(Polyether polyols, propylene glycol, epichlorohydrin และอื่นๆ)

 

GlycerinGlycerin Soapกลีเซอรีนกลีเซอรีนขุ่นกลีเซอรีนใสสบู่กลีเซอรีนสบู่ใสหัวเชื้อสบู่เบสสบู่

ใส่ความเห็น