รหัส ผปก.อย.(ผลิต/บรรจุ/จำหน่าย)

รหัสผู้ประกอบการ คือ ตัวเลขที่ระบุถึงการแสดงตัวตนระหว่างผู้ประกอบการที่มีความประสงค์ดำเนินธุรกิจเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นการผลิต,แบ่งบรรจุ,จำหน่าย ถือว่าเป็นผู้ที่ต้องทำการขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แผนกเครื่องสำอางควบคุม เรียกกันสั้นว่า “รหัส ผปก.อย” หรือ “Open ID” ซึ้งสามารถใชข้สำหรับการจดแจ้งเลขหมาย อย.เครื่องสำอางควบคุมกับทาง อย.ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น สบู่,ครีม,โลชั่น,ยาสีฟัน,แชซมพู,เซรั่ม,แป้ง,แป้งพับ,ลิบสติก และอื่นที่เป็นเครื่องสำอาง ทั้งจากสมุนไพรและกึ่งสมุนไพรผสมเคมี โดยมีอายุ 3 ปีนับจากวันที่ที่รับการอนุมัติ ค่าใช้จ่ายเป็นไปตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอณุญาตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง พ.ศ.2560 ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 338 ตอนพิเศษ 199 ง หน้าที่ 30 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2560 คลิกอ่าน

 

ใบจดแจ้ง อย. คืออะไร

ใบจดแจ้ง อย. คือ ตัวเลขที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แผนกเครื่องสำอางควบคุม เพื่อเป็นการแสดงว่าผลิตภัณฑ์ๆได้รับการขึ้นทะเบียนถูกต้องจากเจ้าหน้าที่ และต้องนำแสดงที่บรรจุภัณฑ์ของเครื่องสำอางค์ โดยกำหนดมาตรฐานการออกแบบและจัดทำฉลากให้เป็นไปตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แผนกเครื่องสำอางควบคุม ( อ่านเพิ่มเติม) ซึ่งใบรับจดแจ้งมีอายุสามปีนับแต่วันที่ออกใบรับจดแจ้ง ตามมาตรา ๑๕  ซึ่งตัวเลขในใบจดแจ้ง อย.มี 13 หลัก สามารถนำไปค้นในระบบตรวจค้นของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ( อ่านเพิ่มเติม) กำดำเนินการต้องดำเนินการหลังจากที่ได้รับ รหัส ผปก.อย.(ผลิต/บรรจุ/จำหน่าย)
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาในการดำเนินการ 7-15 วัน  สามารถติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่ ฝ่ายขาย ของทางบริษัท ทางโทรศัพท์ 098-418-4651 เท่านั้น

 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการ จดแจ้ง อย.และการขอรหัส ผปก.อย. (เครื่องสำอางค์)
เครื่องสำอาง

1. ในการยื่นขอรหัสผู้ประกอบการและยื่นจดแจ้งเครื่องสำอาง รายแรกจะต้องไปดำเนินการที่ อย.เท่านั้น เนื่องจากจะต้องมีการแจ้งชำระค่าธรรมเนียมรายปี
หมายเหตุ : จะมีการปรับการชำระเงินค่าธรรมเนียมใหม่ ณ.ปัจจุบัน กฏกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับเครื่องสำอาง พ.ศ 2560  รายละเอียดเพิ่มเติม (คลิก) เลขจดแจ้งที่ออกใหม่จะมีอายุ 3ปี เริ่มประกาสใช้ 1 ก.ย.2560 เป็นต้นไป หลังจากครบกำหนดผู้ประกอบการต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ สามารถติดตามความคืบหน้าได้ เว็ป อย.หรืออัตราค่าธรรมเนียมใหม่  รายละเอียดเพิ่มเติม (คลิก)

2. ผู้ประกอบการที่ขึ้นรหัสผู้ประกอบการแล้ว ทาง อย.จะมีการสุ่มตรวจสถานที่จริง(ประจำปี) ดังนั้นข้อมูลสถานประกอบการ แผนที่ และแผนผังภายในสถานประกอบการ ร้าน /บริษัท ต้องตรงตามกับที่แจ้งไว้กับกองควบคุมเครื่องสำอาง

3. กรณีที่ซื้อสินค้าเพื่อแบ่งบรรจุเอง โดยจดแจ้งเป็นผู้แบ่งบรรจุ สามารถระบุที่ข้างฉลากเป็นผู้ผลิตได้ โดยผู้จัดจำหน่ายจะระบุหรือไม่ก็ได้ เพราะ อย. ไม่ได้บังคับ (อย. บังคับให้ระบุเฉพาะผู้ผลิตเท่านั้น) อย่างไรก็ตามท่านสามารถระบุผู้ผลิตต้นทางคือโรงงานตามเอกสารใบรับแจ้งที่ได้รับ ซึ่งสามารถอ้างอิงข้อมูลไปถึงกันได้เมื่อมีการตรวจสอบ

4. หลังจากได้รับเลขจดแจ้ง/จดแจ้งเครื่องสำอาง เรียบร้อยแล้ว ต้องนำเลขที่ จดแจ้งเครื่องสำอาง ไประบุบนฉลาก พร้อมทั้งมีรายละเอียดฉลากครบถ้วน ตามกฎเกณฑ์ อย. หรือ พรบ.ฉลาก(ศึกษาเพิ่มเติมได้ http://www.fda.moph.go.th หรือ ก้าวทันธุรกิจความงาม ข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอาง กรณีถ้าลูกค้าไม่ดำเนินการตามกฎเกณฑ์ที่ อย.กำหนด ทาง อย. มีสิทธิ์เพิกถอน เลขจดแจ้งเครื่องสำอางและผู้ประกอบการได้

5. การที่นำสินค้าเพื่อแบ่งบรรจุเอง ต้องดำเนินการแบ่งบรรจุไปตามหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง ทั้งเรื่องความสะอาดของบรรจุภัณฑ์ วิธีการแบ่งบรรจุ และปริมาณการบรรจุ เพราะถ้ามีการร้องเรียนจากผู้ซื้อ สินค้าดังกล่าวอาจถูกเพิกถอน เลขจดแจ้ง อย ได้

6. กรณีต้องการตรวจสอบ เลขจดแจ้ง อย เครื่องสำอาง ได้รับทาง website อย. สืบค้นผลิตภัณฑ์ ในส่วนของ ค้นจากชื่อผู้ประกอบการ ค้นจากชื่อเครื่องสำอาง ค้นจากชื่อการค้า (ชื่อยี่ห้อ) ค้นจากเลขที่แจ้ง (รูปแบบ xx-x-xxxxxxxxxx) (คลิกดูเพิ่มเติม)

7 .สามารถตรวจสอบเลขจดแจ้ง อย เครื่องสำอาง ด้วยตนเองได้ที่ website อย. “สืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ (เครื่องสำอาง)” (คลิกดูเพิ่มเติม)

เครดิตข้อมูล จากกระทรวงสาธารณะสุข

ทางบริษัทฯ และเว็บไซด์ไม่สงวนลิขสิทธิ์ในบทความ ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้ 

 


เพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกันและเข้าใจในข้อมูลที่ชัดเจน ระหว่าง อย., / ผปก. /ผู้บริโภค ขอบคุณค่ะ

ใส่ความเห็น